กว่าจะได้ฟิล์มทำสกรีนเสื้อเป็ด everduck. แผ่นแรก ปัญหาเยอะจริง ๆ

ทุก ๆ กิจกรรมไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามมักจะมีปัญหาเสมอผมเองก็เช่นกันครับ ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการสกรีนเสื้อแต่ว่าปัญหาหลักก็เกิดขึ้นมาเลย นั้นก็คือผมต้องไปซื้อ Printer ใหม่ แต่พอสั่งพิมพ์ได้ประมาณ 5ครั้งเท่านั้นแหละครับ ปรากฎว่า Printer ของผมก็กินกระดาษเข้าไปซะอย่างนั้น

ตอนแรกนั้นผมมีความคิดว่าจะไปจ้างพิมพ์แผ่นฟิล์มเอา แต่พอเข้าไปเช็กราคาแล้วน้ำตาจะไหลครับ ค่าพิมพ์แผ่นหนึ่ง(ขนาด A4)ต้องจ่ายถึง 50-100บาทต่อแผ่น ทีนี้ถ้าเราอยากได้ลายเสื้อเยอะ ๆ นั้นก็หมายถึงเราจะต้องสั่งพิมพ์แผ่นฟิล์มเยอะ ๆ แน่นอนครับว่ามันทำให้ต้นทุนสูงขึ้นครับ ผมเลยตัดสินใจที่จะเลือกซื้อ Printer มาสักเครื่องครับ

ผมก็เล็ง Printer อยู่นานครับโดยส่วนใหญ่ตามเว็บไซต์จะแนะนำให้ซื้อเจ้าตัว HP5200 ซึ่งมีแต่เครื่องมือสองด้วยครับ แต่ว่ามือสองที่ว่านี้ราคาไม่ธรรมดาเลยครับ ประมาณ 7,500-9,000บาท แถมนี้ยังไม่รวมหมึกด้วยนะครับ ถ้ารวมหมึกพร้อมใช้งานราคาก็มากกว่าหนึ่งหมื่นบาทเลยครับ ผมเลยตัดสินใจสั่งซื้อ Printer ขนาดเล็กลงมาหน่อยนั่นก็คือ Canon LBP6030W (การพิมพ์ฟิล์มสำหรับทำบล็อกสกรีนต้องเป็น Laser printer เท่านั้น)

เจอปัญหาแผ่นใสราคาถูก หลังจากได้ Printer มาแล้วผมก็จัดการลองสั่งพิมพ์ดูก็ปกติดีครับ แต่ปัญหาที่เจอก็คือในการทำฟิล์มเราสามารถเลือกทำได้ 2แบบครับ คือการพิมพ์บนแผ่นใสและการพิมพ์บนกระดาษไข ผมก็จัดการซื้อแผ่นใสมาเลยครับ แต่ว่าเป็นแผ่นในแบบราคาถูกหน่อย ปรากฎว่าแผ่นแรกเลยครับไปติดอยู่ในเครื่องครับ ผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดีเลยลองเอากระดาษ A4 มาลองพิมพ์(ทั้ง ๆ ที่แผ่นใสติดอยู่ กะว่ามันน่าจะออกมาพร้อมกระดาษ)ปรากฎว่ามันเข้าไปติดด้วยกันเลย สรุปต้องส่งเคลมครับ(ต้องรอประมาณ 1เดือน)

1 เดือนรอไม่ไหวจ้างเลยก็แล้วกัน ในตอนแรกแม้จะบอกว่าราคาสั่งพิมพ์ฟิล์มค่อนข้างแพง แต่ผมว่าถ้าซื้อเวลาได้ 1เดือนก็คิดว่ามันคุ้มดี ก็เลยรีบจัดแจงทำไฟล์ ai แล้วส่งไปที่ร้านพิมพ์ แต่โชคมันก็ไม่เข้าข้างเอาเสียเลย นั้นก็เพราะว่าร้านที่รับพิมพ์ฟิล์มเครื่อง Printer ก็พังเช่นเดียวกันครับ ถ้าเครื่อง Printer มันจะพังพร้อมกันขนาดนี้ผมก็ต้องจำใจรอหล่ะครับ

. . . 1 เดือนผ่านไป . . .

จัดไปกระดาษไขเกรดดี ในที่สุดผมก็ได้ Printer ของผมกลับคืนมาครับ รอบนี้ผมไม่พลาดที่จะใช้แผ่นใสถูก ๆ แล้วครับ แต่จะให้ซื้อแผ่นใสแพง ๆ ผมว่าเปลืองไปหน่อย รอบนี้เลยตัดสินใจไปซื้อกระดาษไข Master Art มาเลยครับ กว่าจะหาร้านขายได้ก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันครับ

ลุยยยยย Print และแล้วในที่สุดผมก็ได้ฟิล์มแผ่นแรกของการทำเสื้อ everduck. แล้วครับ เป็นแผ่นฟิล์มสำหรับแสดงขนาดเสื้อ(S, M, L, XL) และแผ่นต่อ ๆ ไปผมก็จะได้พิมพ์ฟิล์มสำหรับลายแล้วครับ ถือว่าเป็น 1เดือนแห่งการอดทนเลยครับ ปัญหามีให้เราแก้ครับสำหรับผมปัญหารอบนี้ดีตรงนี้แค่รอปัญหาก็จบแล้ว