0

ลง OpenSUSE 13.1 บน VMware workstation 10 ติดปัญหาเรียก YaST ไม่ได้

วันนี้ผมได้มีโอกาสเล่น OpenSUSE ซึ่งผมเองก็ได้ลองลงบน Parallels บน MAC แล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ทีนี้ผมอยากลองลงบน VMware Workstation 10 ดูบ้าง แต่ทีนี้สิครับมีปัญหามาเลย และปัญหาที่พบคือ

yast_inst_autoinit_failure

Calling the YaST module ‘inst_autoinit has failed

อ่านบทความที่เหลือ

0

การแก้ปัญหา PHP extension Mcrypt ใช้งานไม่ได้บน Ubuntu14.04 LTS (PHP-FPM)

วันนี้ผมได้พยายามย้ายเว็บไซต์ขึ้นไปยัง VM ตัวใหม่ของผม ซึ่งเว็บไซต์ตัวนี้ผมพัฒนาขึ้นด้วย Laravel framework ซึ่งจำเป็นต้องใช้ Mcrypt extension ของ PHP ซึ่งปัญหาที่ผมเจอก็คือว่า PHP หา Extension ตัวนี้ไม่เจอ ทั้ง ๆ ที่ผมได้ทำการติดตั้งไปแล้ว

จริง ๆ แล้วมันเป็น bug ครับ เพราะว่า PHP มันไม่สามารถหา extension ตัวมาได้ ดั้งนั้นเราต้องเอา extension ตัวนี้ไปวางให้ถูกที่ และหลังจากวางถูกที่แล้วให้เราเปิดการใช้งาน แค่นี้ก็สามารถแก้ปัญหาได้แล้วครับ

ขั้นตอนการแก้ปัญหา

Apache

กรณีที่เพื่อน ๆ ใช้ Apache ต้องทำขั้นตอนนี้ครับ

sudo ln -s /etc/php5/conf.d/mcrypt.ini /etc/php5/apache2/conf.d/20-mcrypt.ini
sudo service apache2 restart

php-fpm

สำหรับคนที่ใช้ php-fpm ก็มาตรงนี้เลยครับ

1.สร้าง shortcut เพื่อเรียก extension ตัวนี้

sudo ln -s /etc/php5/conf.d/mcrypt.ini /etc/php5/mods-available/mcrypt.ini

2.เปิดการทำงาน Extension

sudo php5enmod mcrypt

3.Restart php-fpm ครับ

sudo service php5-fpm restart

เพียงเท่านี้ Ubuntu ของเราก็สามารถใช้งาน php-fpm ที่มี Mcrypt extension ได้แล้วครับ

0

จะทำอะไรดีเมื่อไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี ?

แค่อ่านหัวข้อบทความก็ชวนให้สับสนแล้ว ก็เล่นจั่วหัวว่า “จะทำอะไรดีเมื่อไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี ?” ผมเองก็เป็นเหมือนเพื่อน ๆ แหละครับมีช่วงเวลาที่คิดไม่ออกว่าจะทำอะไรดี (ตอนที่เขียนก็กำลังอารมณ์นี้เลย) เอาวะ!! ไหน ๆ ก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี ลองมาคิดดูดีกว่าว่าเราจะทำอะไรดี

ดู YOUTUBE สิเธอว์

คิดอะไรไม่ออกลองเปิด Youtube ดูสิครับว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง ถ้าไม่อยากได้สาระก็หาอะไรที่มันตลก ๆ ดูครับ แต่ถ้ายังคิดไม่ออกว่าจะดูอะไรดีก็ตามนี้เลยครับ ในช่อง search ของ Youtube ให้ใส่คำว่า “fail compilation” ไปเลยครับ

ดูคลิป fail ก็สนุกดีนะ

อ่านบทความที่เหลือ

0

วิธีการดู uptime ของ Linux/Unix

บ่อยครั้งที่เราอยากรู้ว่าเครื่อง Linux/Unix ของเรานั้นเปิดไว้นานเท่าไหร่แล้ว เพื่อที่เราจะได้ทราบว่าเครื่องของเรามีประสิทธิภาพเท่าไหร่ แต่ว่าพอจะเปิดดูทีไรก็ลืมทุกทีสิน่า เอาหล่ะวันนี้เรามาดูวิธีการเปิดดู uptime กันครับ

ทั้ง Linux และ Unix มีวิธีการดู uptime ที่หลายวิธีเหมือนกัน เช่น เราสามารถเปิดดูไฟล์ /proc/uptime เพื่อดู uptime ได้ และเราสามารถเปิดไฟล์ /var/run/utmp เพื่อดูว่าใครที่กำลัง login อยู่ในขณะนั้น แต่ว่ายังไงก็ตามไฟล์พวกนั้นมันไม่ได้เก็บในรูปแบบที่มนุษย์แบบเราอ่านออกหน่ะสิ แต่ยังไม่ต้องกังวลไปครับ มีวิธีที่ง่ายกว่านั้น

คำสั่ง Linux/Unix เพื่อดู uptime

ให้เราเปิด terminal ของเราแล้วเข้าสู่ระบบ จากนั้นใส่คำสั่งด้านล่างนี้

$ uptime

ตัวอย่างผลลัพธ์ที่ได้

 03:56:33 up  3:56,  1 user,  load average: 0.02, 0.03, 0.00
  • 03:56:33 คือเวลาปัจจุบันของเครื่อง
  • 3:56 คือเวลา uptime
  • 1 user คือจำนวน user ที่ login อยู่ในเครื่องในขณะนั้น
  • 0.02, 0.03, 0.00 คือเวลาที่ใช้โหลดโดยเฉลี่ยเมื่อ 1, 5 และ 15 นาทีที่แล้ว

อ่านบทความที่เหลือ

0

การตั้งชื่อ domain name สำหรับการทำเว็บไซต์แบบ niche

การเลือกชื่อ domain name นั้นมีความสำคัญมาก เพราะว่า search engine เองก็จะให้คะแนนกับชื่อ domain name นั้น ๆ ว่าเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับเรื่องอะไร ซึ่งจะส่งผลต่อการจัดลำดับของผลการค้นหา ดังนั้นแล้วชื่อ domain name ส่วนใหญ่มักจะประกอบไปด้วย keyword อย่างที่ผมได้อธิบายไปในบทความเรื่อง ความสำคัญของ Keyword กับการทำ Internet Marketing และยิ่งถ้าเราต้องทำเว็บไซต์ที่เจาะตลาด niche ด้วยแล้ว domain name จึงเป็นเรื่องที่เราต้องพิจารณาเป็นอันดับต้น ๆ เลย ถ้าเพื่อน ๆ อยากได้ keyword ที่เหมาะกับการทำ website แบบ niche ลองเข้าไปดูที่ หลักการเลือก Keyword สำหรับทำเว็บไซต์แบบ niche

การที่เราจะจด domain name ได้นั้นเราจำเป็นต้องมีชื่อ domain name นั้นเสียก่อน และ domain name นั้นต้องไม่มีผู้อื่นจดไปก่อนแล้ว ซึ่งเราสามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ที่ให้บริการจด domain name ได้โดยตรง

อ่านบทความที่เหลือ

0

Niche website กับ Mass website คืออะไร ?

ตอนที่กำลังเขียนบทความนี้อยู่นั้น ผมกำลังเริ่มทำ โครงการหาเงินจาก Amazon แต่ผมเองก็ยังไม่ได้บอกกับเพื่อน ๆ เลยว่า ประเภทของเว็บไซต์ที่ผมกำลังทำนั้นคือ niche website สำหรับมือใหม่ก็คงสงสัยว่า เอ๊ะ!! แล้ว niche website คืออะไรกันหล่ะ ? ถ้าสงสัยเดี๋ยววันนี้ผมจะคลายสงสัยให้เองครับ

ประเภทของเว็บไซต์

เว็บไซต์ต่าง ๆ ที่เราเข้าชมนั้น เท่าที่ผมได้สัมผัสมาและอ่านบทความจากหลาย ๆ ที่ จะแยกเว็บไซต์จากรูปแบบการแสดงเนื้อหาออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ นั้นก็คือ

  • niche website
  • mass website

mass-niche

อ่านบทความที่เหลือ

0

หลักการเลือก Keyword สำหรับทำเว็บไซต์แบบ niche

เมื่อเข้าสู่โลกของการทำเว็บไซต์แบบ niche แล้ว (ถ้ายังไม่รู้จัก niche website คืออะไรให้ไปอ่าน Niche website กับ Mass website คืออะไร ?) สิ่งที่ต้องทำก็คือการเลือก Keyword เพราะ keyword มีความสำคัญกับการทำ Internet marketing มาก ซึ่ง keyword จะเป็นตัวกำหนด domain name กำหนดรูปแบบของการเขียนบทความ และจำนวนค้นหาใน Search engine เพื่อน ๆ หลายคนที่กำลังอ่านบทความอยู่นี้คงมี keyword อยู่ในใจแล้วเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่ทราบว่าจะต้องเลือกเอา keyword ไหนเป็นตัวหลักดี ดังนั้นวันนี้เราจะได้รู้วิธีการเลือก keyword ที่ดีแบบง่าย ๆ สไตล์พิชานันกันครับ

การเลือก keyword เพื่อทำเว็บไซต์แบบ niche

ถ้าเพื่อน ๆ ยังไม่เคยมีประสบการณ์ในการเลือก Keyword มาก่อน ผมอยากจะแนะนำวิธีการของผม ซึ่งเป็นรูปแบบที่เหมาะกับการทำ niche เว็บไซต์ในแบบของผมเอง ซึ่งรูปแบบที่ผมนำมาใช้ในการพิจารณานั้นเพื่อน ๆ สามารถประยุกต์ได้ตามสะดวกเลยนะครับ เพราะการทำเว็บไซต์ไม่มีรูปแบบตายตัว

อ่านบทความที่เหลือ

0

การหา Keyword เพื่อทำเว็บไซต์หาเงินจาก Amazon

ถ้าใครที่กำลังติดตาม โครงการหาเงินจาก Amazon อยู่หล่ะก็ ตอนนี้ก็ถึงขั้นตอนที่สำคัญขั้นตอนหนึ่ง คือการหา keyword เพื่อที่จะนำมาทำเว็บไซต์นั้นเอง ซึ่ง keyword นั้นก็จะเกี่ยวข้องกับสินค้าที่เราได้เลือกเอาไว้แล้ว ถ้าใครยังไม่ทราบว่าเราจะเลือกสินค้าประเภทไหนมาขายดี ผมแนะนำให้ไปอ่าน การเลือกสินค้าเพื่อทำเว็บหาเงินจาก Amazon ส่วนใครที่ยังไม่ทราบว่า keyword มีความสำคัญอย่างไรผมแนะนำให้ไปอ่าน ความสำคัญของ Keyword กับการทำ Internet Marketing ก่อนนะครับ

เราจะหา Keyword ที่เกี่ยวกับสินค้าที่เราจะขายได้อย่างไร ?

การที่เราจะหา Keyword นั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย เพียงแค่เราใช้ Keyword Planner เป็น เราก็สามารถที่จะหา Keyword มาได้อย่างง่ายดาย ซึ่งถ้ายังใช้ไม่เป็นตอนนี้ก็ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมจะสอนใช้งานแบบจับมือทำกันเลย แต่ถ้าต้องการใช้ให้เก่งกว่านี้ก็ลองไปฝึกหัดดูได้ครับ

หน้าตาของ Keyword planner หน้าตาของ Keyword planner

อ่านบทความที่เหลือ

0

ความสำคัญของ Keyword กับการทำ Internet Marketing

Keyword With Internet Marketing

สำหรับมือใหม่ที่กำลังเข้ามาสู่โลกของการทำ Internet marketing ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น โครงการหาเงินจาก Amazon จะต้องได้ยินคำว่า Keyword บ่อย ๆ เพราะว่า Keyword นั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดความสำเร็จของเราได้เลย เช่น จำนวนคนเข้าชมเว็บไซต์ของเรา หรือ ชื่อเว็บส่วนใหญ่ก็มาจาก Keyword นี้แหละ ซึ่งจะได้อธิบายต่อไปในภายหลัง

Keyword คืออะไร ?

ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า keyword ที่เรากำลังจะพูดถึงนี้มันคืออะไร ซึ่งผมขอสรุปสั้น ๆ ในหนึ่งย่อหน้าประมาณนี้นะครับ

Keyword คือคำหลักที่เราจะใช้ในการกำหนดว่าเว็บไซต์เราเกี่ยวกับอะไร และkeyword ก็จะเป็นตัวกำหนดความยากง่ายในการแข่งขัน และยังเป็นตัวกำหนดชื่อ domain name อีกด้วย อีกทั้งยังส่งผลกระทบกับการจัดลำดับค้นหาของ search engine อีกด้วย

อ่านบทความที่เหลือ

0

การเลือกสินค้าเพื่อทำเว็บหาเงินจาก Amazon

โครงการหาเงินจาก Amazon ที่ผมกำลังทำอยู่นี้ ตอนนี้ก็มาถึงขั้นตอน การเลือกสินค้า ที่เราจะนำมาขายเพื่อหาเงินจาก Amazon ถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากขั้นตอนหนึ่ง เพราะว่าการที่เราจะทำเว็บไซต์ให้ดีได้นั้นเราต้องเข้าใจในตัวสินค้าเป็นอย่างดี

มาถึงตอนนี้ถ้าใครที่ยังไม่รู้ว่าจะขายอะไรไม่ต้องกังวลไปครับ เพราะว่าผมจะแนะนำเทคนิคในการเลือกประเภทสินค้าที่จะทำให้เราสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าตัวนั้น ๆ ได้อย่างไม่ยากจนเกินไป

เทคนิคในการเลือกประเภทสินค้าที่เหมาะสมกับเรา

เลือกสินค้าที่เราอยากได้ – ในเมื่อเรามีสิ่งที่เราอยากได้อยู่แล้ว นั้นหมายความว่าเราต้องมีความสนใจในตัวสินค้านั้น ๆ เป็นพิเศษ เช่น บางคนอยากได้กล้องตัวใหม่ บางคนอยากได้มือถือ ดังนั้นสิ่งที่เราอาจจะทำมาก่อนที่ผมจะแนะนำในขั้นตอนนี้เสียอีก ก็คือ การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งนั้น ๆ

สินค้าที่เราใช้งานบ่อย ๆ – การที่เราใช้ของใช้บ่อย ๆ ก็จะทำให้เราใช้สิ่งนั้นได้เก่ง และรู้ข้อดีข้อเสียของสิ่งนั้น ๆ เช่น บางคนอาจจะใช้มอเตอร์ไซต์ในการเดินทาง และเวลาเดินทางก็จะใส่หมวดกันน๊อค ดังนั้นเราอาจจะเลือกหมวกกันน็อคมาเป็นสินค้าของเราก็ได้ เพราะเราย่อมรู้ข้อดี ข้อเสีย และสิ่งที่เราต้องการ ได้ ซึ่งตรงจุดนี้จะช่วยให้เราสามารถใส่ข้อเสนอแนะลงไปในการวิเคราะห์สินค้าได้

สินค้าที่เราใช้งานแล้วรู้สึกไม่ดี – มีบ่อยครั้งที่เราซื้อของมาแล้วใช้งานได้ไม่ตรงตามความคาดหวัง ซึ่งตรงนี้จะทำให้เราทราบจุดอ่อนของสิ่งของนั้น ๆ เราก็สามารถเอาตรงนี้มาช่วยในการวิเคราะห์สินค้าของเราได้

อ่านบทความที่เหลือ